หลักฐานสายฟ้าฟาด
คำพูดอันโหดร้ายของทริสตันเหมือนมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลใจของฉัน เวโรนิกาหัวเราะคิกคักพลางเบียดตัวเข้าหาเขา ราวกับว่าความตายของเด็กห้าขวบสองคนเป็นเพียงเรื่องตลก ญาติพี่น้องของฉันทนไม่ไหวและกำลังจะเข้าไปลากตัวพวกเขาทั้งสองคนออกไป
แต่ก่อนที่ความวุ่นวายจะบานปลาย ประตูโบสถ์ก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง!
คราวนี้ไม่ใช่ญาติหรือแขกที่มาร่วมงาน แต่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสามนายในเครื่องแบบ นำโดยร้อยตำรวจเอกที่ถือซองเอกสารสีน้ำตาลไว้ในมือ สายตาของเขาเฉียบคมและเต็มไปด้วยความจริงจัง ทุกคนในงานเงียบกริบ ทริสตันและเวโรนิกาชะงักไปเล็กน้อย แต่ทริสตันยังคงเชิดหน้าขึ้นอย่างอวดดี
“คุณทริสตัน และคุณเวโรนิกา ใช่ไหมครับ?” ผู้กองถามเสียงเข้ม
“ใช่ มีอะไร? พวกคุณมีสิทธิ์อะไรมารบกวนผมในเวลาแบบนี้?” ทริสตันถามกลับอย่างใส่อารมณ์
ผู้กองไม่ได้ตอบคำถามของเขา แต่หันมาทางฉันและพยักหน้าให้เล็กน้อยด้วยความเคารพ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับฆาตกรทั้งสองคน
“เรามาระงับการฝังศพชั่วคราว และมาเพื่อจับกุมพวกคุณทั้งสองคน ในข้อหาร่วมกันฆาตกรรมโดยเจตนา ไตร่ตรองไว้ก่อน และอำพรางคดี”
คำประกาศของผู้กองทำให้คนทั้งงานฮือฮา ทริสตันหน้าถอดสีทันทีแต่ยังพยายามทำใจดีสู้เสือ “ฆาตกรรมอะไรกัน?! ลูกของผมตายเพราะอาหารเป็นพิษ ผลชันสูตรเบื้องต้นก็บอกแบบนั้น! พวกคุณมั่วหรือเปล่า?!”
โลกที่พังทลายของคนชั่ว
ผู้กองยิ้มเย็นชา ก่อนจะชูซองเอกสารสีน้ำตาลและโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งขึ้นมา
“ใช่ครับ ผลเบื้องต้นคืออาหารเป็นพิษ… แต่ผลการตรวจสารพิษอย่างละเอียด (Toxicology report) ที่เพิ่งออกเมื่อเช้านี้ระบุว่า ในร่างกายของเด็กทั้งสองคนมีสาร ไซยาไนด์ ปริมาณเข้มข้นผสมอยู่ในนมรสช็อกโกแลตที่พวกเขาดื่มก่อนตาย” ผู้กองอธิบาย
“แต่อั่นนั้น… มันอาจจะเป็นอุบัติเหตุ! เด็กๆ อาจจะหยิบกินเอง!” เวโรนิกาเริ่มลนลาน เสียงสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด ชุดสีแดงที่เธอใส่เพื่อมาข่มฉัน ตอนนี้ยิ่งขับให้ใบหน้าของเธอซีดเผือดเหมือนศพ
“อุบัติเหตุงั้นเหรอครับ?” ผู้กองเปิดซองเอกสารแล้วดึงรูปถ่ายหลายใบออกมา “นี่คือหลักฐานจากกล้องวงจรปิดของร้านขายสารเคมีแห่งหนึ่งนอกเมือง พวกคุณสองคนไปซื้อสารตัวนี้ด้วยกันเมื่อสัปดาห์ก่อน และที่สำคัญที่สุด…”
ผู้กองเปิดคลิปวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือที่ยึดมาได้ มันคือระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ (Smart Home) ในบ้านของฉันเอง ซึ่งทริสตันคิดว่าเขาปิดมันไปแล้ว แต่ระบบคลาวด์ยังคงบันทึกภาพและเสียงทุกอย่างไว้
ในคลิปนั้น ปรากฏภาพทริสตันและเวโรนิกากำลังหยดของเหลวบางอย่างลงในกล่องนมของลูกๆ พร้อมกับบทสนทนาที่น่าขยะแขยง: ‘ถ้าเด็กพวกนี้ตาย เงินประกันชีวิตมูลค่า 10 ล้านก็จะตกเป็นของเธอ แล้วเราก็จะได้ย้ายไปอยู่ต่างประเทศด้วยกัน โดยไม่มีอีแก่เอลารามาขัดคอ’
จุดจบของปีศาจในคราบมนุษย์
เมื่อคลิปเสียงและภาพความอำมหิตนั้นถูกเปิดเผยออกกลางงานศพ ทริสตันทรุดฮวบลงกับพื้นราวกับคนกระดูกแหลกเหลว โลกที่เขาคิดว่าวางแผนมาอย่างดิบดีพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ส่วนเวโรนิกากรีดร้องด้วยความคลั่งน้ำตาไหลพราก พยายามจะวิ่งหนีออกไปทางประตู แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจล็อกตัวไว้ทันที
“ไม่จริง! ฉันไม่ได้ทำ! ทริสตันเป็นคนคิดแผนทั้งหมด ฉันแค่อยู่ด้วยเฉยๆ!” เวโรนิกาตะโกนโยนความผิดอย่างไร้ศักดิ์ศรี
“หุบปาก! เธอเป็นคนบอกเองว่าถ้าไม่มีเด็กสองคนนี้ เราจะสบาย!” ทริสตันแว้งกัดชู้รักของตัวเอง ทั้งสองคนด่าทอกันอย่างบ้าคลั่ง สภาพไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก
ฉันเดินเข้าไปหาทริสตันที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น มองต่ำลงไปที่เขาด้วยความรังเกียจและสะใจอย่างถึงที่สุด
“คุณบอกว่าพระเจ้าเอาพวกเขาไปเพราะฉันเป็นแม่ที่แย่งั้นเหรอ? เปล่าเลย… พระเจ้าจงใจเก็บหลักฐานพวกนี้ไว้ต่างหาก เพื่อกระชากหน้ากากปีศาจอย่างพวกคุณ และส่งพวกคุณไปลงนรกในคุกตลอดชีวิต!”
ตำรวจลากตัวทริสตันในชุดสูทหรู และเวโรนิกาในชุดเดรสสีแดงฉูดฉาดออกไปจากงาน ท่ามกลางเสียงสาปแช่งและก้อนอิฐก้อนดินที่ญาติๆ ขว้างใส่
เมื่อคนชั่วถูกนำตัวไปรับกรรม ความเงียบสงบก็กลับคืนสู่โบสถ์อีกครั้ง ฉันเดินกลับไปที่โลงศพสีขาวของลูคัสและเลียม ลูบหน้าโลงเบาๆ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้ง แต่วันนี้มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้
“ลูกรัก… แม่ทวงความยุติธรรมให้หนูได้แล้วนะลูก หลับให้สบายนะ”
แม้หัวใจของฉันจะแตกสลายและไม่มีวันเหมือนเดิม แต่ฉันรู้ว่าจากนี้ไป วิญญาณดวงน้อยของลูกๆ จะได้ไปสู่สุขคติอย่างแท้จริง โดยไม่มีสิ่งชั่วร้ายใดๆ ตามไปทำร้ายพวกเขาได้อีกต่อไป