บทที่ 4: สายเลือดที่แท้จริง

บทที่ 4: สายเลือดที่แท้จริง

ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกกระหน่ำ ชายในชุดเครื่องแบบทหารก้าวเข้ามาบดบังแสงไฟหน้ารถ ร่างสูงใหญ่เปี่ยมด้วยบารมีและรังสีอำนาจที่ทำให้คนมองต้องรู้สึกยำเกรง บนบ่าของเขาประดับยศนายพลอย่างสมเกียรติ

คุณพ่อและคุณแม่ที่เพิ่งวิ่งตามโซเฟียออกมาดูเหตุการณ์ด้านนอก ถึงกับหน้าถอดสีจนขาวซีด ตัวสั่นสะท้านราวกับลูกนกต้องลมพายุ

“ท่าน… ท่านนายพลเดลาครูซ (De la Cruz)!” คุณพ่ออุทานเสียงหลง หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นว่าบุคคลระดับผู้นำกองทัพและมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศมายืนอยู่ตรงหน้า

แต่ท่านนายพลไม่ได้สนใจท่าทีประจบสอพลออันตื่นตระหนกของคนตระกูลวิลลานูเอวาเลยแม้แต่น้อย สายตาที่เฉียบคมประดุจพญาเหยี่ยวของเขาจับจ้องมาที่ฉัน… ฉันที่กำลังนั่งทรุดอยู่บนพื้นคอนกรีต เนื้อตัวเปียกปอนไปด้วยน้ำฝนและน้ำสกปรกที่โซเฟียสาดใส่

เขาเดินตรงเข้ามาหาฉันอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะคุกเข่าลงบนพื้นเฉอะแฉะ โดยไม่สนใจว่าเครื่องแบบเกียรติยศจะเปรอะเปื้อน มือหนาอันอบอุ่นและสั่นเทาเอื้อมมาจับไหล่ของฉันไว้

“ในที่สุด… พ่อก็หาลูกเจอแล้ว อลินา ลูกพ่อ”

น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ เต็มไปด้วยความตื้นตันและโหยหาอย่างปิดไม่มิด ชายผู้ไม่เคยยอมสยบให้ใครกลับมีหยาดน้ำตาคลอเบ้าเมื่อได้เห็นหน้าฉัน

“อะ… อะไรนะคะ?!” โซเฟียกรีดร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ “ท่านนายพลคะ… ท่านเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? ยัยนี่มันเป็นแค่เด็กกำพร้าไม่มีหัวนอนปลายเท้า! มันไม่ใช่ลูกหลานตระกูลใหญ่โตที่ไหนทั้งนั้น!”

“หุบปาก!”

ท่านนายพลตวาดกร้าว เสียงของเขากึกก้องกัมปนาทกลบเสียงฟ้าร้องจนทุกคนในบริเวณนั้นสะดุ้งสุดตัว ทหารคนสนิทที่ตามหลังมารีบกางร่มและส่งเสื้อคลุมขนสัตว์ราคาแพงให้ท่านนายพล ซึ่งเขานำมาคลุมรอบกายที่สั่นเทาของฉันอย่างทะนุถนอม

“พวกแกกล้าดียังไงถึงทำกับสายเลือดเพียงคนเดียวของตระกูลเดลาครูซเช่นนี้?!” ท่านนายพลยืนขึ้นเต็มความสูง สายตาที่มองคนตระกูลวิลลานูเอวาเย็นเยียบราวกับจะแช่แข็งพวกเขาทั้งเป็น

บทที่ 5: ความจริงที่น่าสะพรึงกลัว

ทหารคนสนิทก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมกับเปิดแฟ้มเอกสารลับชั้นยอดของกองทัพและอ่านเสียงดังฟังชัด

“เมื่อ 18 ปีก่อน ในคืนที่เกิดพายุใหญ่ โรงพยาบาลในมะนิลาเกิดเหตุเพลิงไหม้และการสลับตัวเด็ก ทารกหญิงของท่านนายพลเดลาครูซถูกสลับกับทารกที่เสียชีวิตไปแล้วของตระกูลหนึ่ง… ซึ่งผลการสืบสวนและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์รวมถึงดีเอ็นเอทั้งหมด ระบุชัดเจนว่า คุณหนูอลินา คือลูกสาวแท้ๆ ที่หายสาบสูญไปของท่านนายพล!”

เหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมากลางใจของคนตระกูลวิลลานูเอวา

คุณแม่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงบัดนี้ดูซีดเผือดราวกับศพ “มะ… ไม่จริง… เป็นไปไม่ได้…”

“และนี่…” ทหารคนสนิทชูจี้รูปดาวดวงเล็กๆ ที่โซเฟียเพิ่งขว้างทิ้งไปขึ้นมา “จี้ดวงดาวนี้ทำจากทองคำขาวบริสุทธิ์สั่งทำพิเศษ มีตราประทับลับของตระกูลเดลาครูซอยู่ด้านหลัง ซึ่งมีเพียงชิ้นเดียวในโลก”

โซเฟียอ้าปากค้าง สมองของเธอขาวโพลนไปหมด ผู้หญิงเชยๆ ที่เธอคอยเหยียบย่ำ สาดน้ำสกปรกใส่ และตราหน้าว่าเป็นคนนอก… แท้จริงแล้วคือคุณหนูผู้สูงศักดิ์จากตระกูลที่ร่ำรวยและทรงอำนาจกว่าตระกูลวิลลานูเอวาเป็นร้อยเท่า!

ท่านนายพลก้มลงมองสมุดบันทึกค่าใช้จ่ายสามแสนกว่าเปโซที่ตกอยู่บนพื้น เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะหันไปหาคุณพ่อวิลลานูเอวา

“สามแสนสองหมื่นเจ็ดพันเปโซงั้นรึ?” ท่านนายพลเค้นยิ้มเหี้ยมเกรียม “เงินแค่นี้ ซื้อล้อรถ SUV ของฉันยังไม่ได้ด้วยซ้ำ… แต่พวกแกกลับเอามาใช้ขู่เข็ญลูกสาวของฉัน!”

เขาโบกมือเป็นสัญญาณให้เลขาฯ ส่วนตัว

“พรุ่งนี้เช้า… ฉันจะให้คนโอนเงิน สามร้อยยี่สิบล้านเปโซ เข้าบัญชีของพวกแก ถือว่าเป็นค่า ‘เลี้ยงดู’ แบบไร้มนุษยธรรมตลอด 18 ปีที่ผ่านมา” น้ำเสียงของท่านนายพลทุ้มต่ำทว่าทรงพลัง “และหลังจากนั้น… เตรียมตัวรับกรรมที่พวกแกทำไว้กับลูกสาวฉันได้เลย”

“ท่านนายพลครับ! ได้โปรดเมตตาพวกเราด้วย! พวกเราไม่ทราบจริงๆ!” คุณพ่อคุกเข่าลงคลานเข้าไปหา หวังจะอ้อนวอนขอความเห็นใจ เพราะเขารู้ดีว่าหากท่านนายพลขยับนิ้วเพียงนิดเดียว ธุรกิจทั้งหมดของตระกูลวิลลานูเอวาก็จะล่มสลายภายในชั่วข้ามคืน

ทว่า ทหารอารักขาสองนายก้าวเข้ามาขวางไว้ทันที

บทที่ 6: บทเรียนของผู้จองหอง

ฉันมองภาพความพินาศตรงหน้าด้วยสายตาที่เรียบเฉย ความรู้สึกเจ็บปวดและอ้างว้างที่สะสมมาตลอด 18 ปี มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสมเพชที่มีต่อคนกลุ่มนี้

ฉันหันไปหาท่านนายพล… พ่อแท้ๆ ของฉันที่เฝ้าตามหาฉันมาค่อนชีวิต “คุณพ่อคะ… หนูอยากกลับบ้านค่ะ”

คำว่า “คุณพ่อ” ทำให้นายพลผู้แข็งแกร่งถึงกับยิ้มออกมาด้วยความปิติตื้นตันใจ “ได้สิลูก… กลับบ้านของเรากันนะ”

ก่อนที่ฉันจะก้าวขึ้นรถ SUV สุดหรู ฉันหยุดและหันกลับไปมองโซเฟียที่กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่ท่ามกลางสายฝน สายตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ความอิจฉาริษยา และความพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง

“โซเฟีย” ฉันเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท “ขอบคุณนะ… ที่ประกาศว่าฉันไม่ใช่คนของตระกูลนี้ในคืนนี้ เพราะถ้าไม่มีเธอ… ฉันก็คงไม่มีวันได้รู้ว่า ครอบครัวที่แท้จริงของฉันยิ่งใหญ่และรักฉันมากแค่ไหน”

“อ้อ… แล้วเรื่องลูคัส เอร์เรรา น่ะ” ฉันเหยียดยิ้มบางๆ “เธออยากได้เขานักใช่ไหม? น่าเสียดายนะ… เพราะเมื่อวานนี้ ลูคัสเพิ่งจะขอร้องให้คุณพ่อของเขามาเจรจาสู่ขอฉันกับท่านนายพลเดลาครูซอยู่เลย”

โซเฟียเบิกตากว้าง ราวกับหัวใจของเธอถูกกรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความหวังและสิ่งที่เธอภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตถูกทำลายลงต่อหน้าต่อตาในค่ำคืนวันเกิดของเธอเอง

บทส่งท้าย: สู่ชีวิตใหม่

ประตูรถ SUV ปิดลงอย่างนุ่มนวล ทิ้งให้เสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งของโซเฟียและเสียงร่ำไห้อ้อนวอนของคนตระกูลวิลลานูเอวาจมหายไปในสายฝนและเสียงเครื่องยนต์

ภายในรถคันใหญ่ ทั้งอบอุ่นและปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ท่านนายพลเดลาครูซกุมมือของฉันไว้แน่น ราวกับกลัวว่าฉันจะหายไปอีกครั้ง

“ต่อไปนี้… จะไม่มีใครหน้าไหนมาทำร้ายลูกได้อีกแล้ว อลินา” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง รถยนต์เคลื่อนตัวออกจากหน้าคฤหาสน์วิลลานูเอวาอย่างช้าๆ มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์หลังใหม่ที่แท้จริงของฉัน… ที่ซึ่งมีความรัก เกียรติยศ และความอบอุ่นที่ฉันคู่ควร รออยู่ขอบฟ้าใหม่ในวันพรุ่งนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *