แขกที่ไม่ได้รับเชิญ และรอยยิ้มของทนายเฒ่า
ฉันลุกขึ้นยืนช้า ๆ ไม่ได้หยิบบัตรธนาคารสีทองใบนั้นขึ้นมา แต่กลับปัดมันตกเลี่ยราดอยู่บนพื้นราวกับเศษขยะ วิคเตอร์และโคลอี้ขมวดคิ้วมองด้วยความไม่พอใจ
“เธอหยิ่งนักเหรอ เอลาร่า? เงินสองล้านน่ะ คนอย่างเธอหาทั้งชีวิตก็ไม่ได้หรอกนะ!” โคลอี้แผดเสียงหัวเราะ
ในตอนนั้นเอง คุณทนายวิลเลียม ชายชราในชุดสูทสากลเรียบกริบที่ยืนเงียบ ๆ อยู่ตรงมุมห้องมาตลอด ก็ขยับแว่นสายตาแล้วก้าวเดินออกมาข้างหน้า เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าทรงพลัง
“ได้เวลาแล้วครับ… คุณหนูเอลาร่า”
วิคเตอร์หันไปมองทนายวิลเลียมด้วยสายตาดูแคลน “แกเป็นใคร? อ้อ ทนายความที่เธอจ้างมาเพื่อเรียกร้องค่าเลี้ยงดูเพิ่มงั้นเหรอ? เสียใจด้วยนะ ข้อตกลงก่อนสมรสระบุชัดเจนว่าเธอจะไม่ไม่ได้อะไรเลยนอกจากเงินสองล้านที่ฉันให้!”
ทนายวิลเลียมไม่ได้โกรธตอบ เขาเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกดปุ่มเปิดหน้าจอทีวีขนาดใหญ่ในห้องทำงานของวิคเตอร์ หน้าจอแสดงภาพถ่ายทอดสดจากห้องโถงรับรองด้านล่างของตึก รถลีมูซีนหรูหลายคันแล่นมาจอด และกลุ่มผู้บริหารระดับสูงในชุดสูทภูมิฐานกำลังเดินเข้ามา
“นั่นพวกนักลงทุนจาก Zenith Capital!” วิคเตอร์ตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น “โคลอี้! เตรียมเอกสารเร็ว พวกเขามาถึงแล้ว!”
“ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นหรอกครับ คุณวิคเตอร์” ทนายวิลเลียมเอ่ยขัดขึ้น “เพราะผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุด และเป็นประธานบอร์ดบริหารสูงสุดของ Zenith Capital… ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว”
ความจริงที่พังทลาย
วิคเตอร์และโคลอี้ชะงักไป ทั้งสองคนหันมามองทนายวิลเลียมแล้วหัวเราะลั่นราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในชีวิต
“แกบ้าหรือเปล่า? ประธานของ Zenith Capital คือท่านประธานใหญ่ตระกูลวูล์ฟ มหาเศรษฐีลึกลับที่ไม่เคยปรากฏตัวต่อสื่อต่างหาก จะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!” โคลอี้เบ้ปาก
“ใช่ครับ ท่านประธานผู้ล่วงลับแห่งตระกูลวูล์ฟคือคุณปู่ของคณหนูเอลาร่า” ทนายวิลเลียมผุดยิ้มเยือกเย็น พร้อมกับยื่นเอกสารฉบับหนึ่งที่มีตราประทับสีทองของรัฐบาลและตราสัญลักษณ์ของ Zenith Capital ให้วิคเตอร์ “และเนื่องจากคุณหนูเอลาร่าบรรลุนิติภาวะและแต่งงานครบสองปีตามเงื่อนไขในพินัยกรรม วันนี้… เธอจึงมีสิทธิ์ในมรดกทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว รวมถึงหุ้น 70% ของ Zenith Capital ด้วย”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า ใบหน้าของวิคเตอร์ถอดสีจนขาวซีด มือที่รับเอกสารไปอ่านสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้
“มะ… ไม่จริง… เอลาร่าเป็นแค่เด็กกำพร้า!” วิคเตอร์ครางออกมา น้ำเสียงสั่นเครือเมื่อเห็นลายเซ็นและตราประทับอย่างเป็นทางการในเอกสาร “เธอ… เธอคือทายาทของตระกูลวูล์ฟงั้นเหรอ?!”
“ฉันไม่เคยบอกคุณว่าฉันไม่มีครอบครัว วิคเตอร์” ฉันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เย็นชาราวกับน้ำแข็ง “คุณปู่ส่งฉันมาใช้ชีวิตติดดินเพื่อเรียนรู้โลก และพวกคุณก็ต้อนรับฉันได้ ‘น่าประทับใจ’ จริง ๆ”
โคลอี้หน้าถอดสี หล่อนทรุดฮวบลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง สายตาจ้องมองฉันด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
จุดจบของคนทรยศ
เวลา 13:55 น. ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออก คณะผู้บริหารของ Zenith Capital เดินเข้ามาในห้อง นำโดยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เมื่อพวกเขาเห็นฉัน ทุกคนต่างก้มศีรษะลงทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง
“สวัสดีครับท่านประธานเอลาร่า ทุกอย่างเตรียมพร้อมสำหรับพรีเซนต์ตอนบ่ายสองแล้วครับ”
วิคเตอร์รีบคลานเข้ามาเกาะขอบโต๊ะ สายตาเต็มไปด้วยความอ้อนวอนและตื่นตระหนก “เอลาร่า… ที่รัก! ผมผิดไปแล้ว! ผมโดนยัยผู้หญิงคนนี้เป่าหู! เรายังไม่ได้จดทะเบียนหย่ากันอย่างเป็นทางการนะ เอกสารนี้ยังไม่มีผลทางกฎหมายสมบูรณ์… เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมนะ!”
ฉันมองชายที่เคยรักด้วยความรู้สึกสมเพช ก่อนจะหยิบเอกสารหย่าที่ฉันเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว ชูขึ้นต่อหน้าเขา
“มันสายไปแล้ววิคเตอร์ ลายเซ็นของฉันมีผลทันที และในฐานะประธานของ Zenith Capital…” ฉันหันไปหาคณะผู้บริหาร “ฉันขอประกาศยกเลิกการเสนอเงินลงทุนมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ให้กับบริษัทนี้อย่างถาวร และสั่งถอนทุนทั้งหมดที่ Zenith Capital เคยลงไว้ในอดีตคืนทันที!”
“ไม่!!! เอลาร่า ทำแบบนั้นบริษัทผมจะล้มละลาย!” วิคเตอร์กรีดร้องออกมาด้วยความสิ้นหวัง เงิน 2.8 พันล้านบาทที่เขาฝันถึงพังทลายลงไปต่อหน้าต่อตา พร้อมกับอนาคตของบริษัทที่กำลังจะถูกฟ้องล้มละลายในไม่กี่วันข้างหน้า
ฉันเดินผ่านร่างของวิคเตอร์และโคลอี้ที่นั่งหมดสภาพอยู่บนพื้น โดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ก่อนจะก้าวเท้าออกจากห้องทำงานนั้นไปพร้อมกับทนายวิลเลียมและคณะผู้บริหาร
เสียงสะท้อนจากความเงียบของฉันในวันนั้น… ได้กลายเป็นระเบิดเวลาที่ทำลายล้างชีวิตของคนที่เหยียบย่ำฉันจนไม่เหลือชิ้นดี และต่อจากนี้ไป คือเวลาที่ฉันจะกลับไปนั่งบนบัลลังก์ที่แท้จริงของฉัน!