การล่มสลายของจูเลียน
หลังจากงานศพเสร็จสิ้นลง ฉันถือลูกกุญแจเงินดอกนั้นเดินตรงไปยังห้องทำงานล็อกส่วนตัวของเอฟลินที่ตั้งอยู่ในคฤหาสน์เก่าแก่ของตระกูล—สถานที่ซึ่งจูเลียนไม่เคยได้รับอนุญาตให้ย่างก้าวเข้าไป
ณ มุมมืดของห้อง หลังตู้หนังสือโบราณ ฉันพบเซฟเหล็กขนาดใหญ่ ล็อกด้วยระบบสองชั้นที่ต้องใช้รหัสผ่านและกุญแจดอกนี้
ฉันลองกดวันเกิดของฉัน… เสียงสลักกลไกดัง แกร๊ก! แล้วเซฟก็เปิดออก
ข้างในนั้นไม่ได้มีแค่เอกสารพินัยกรรม แต่ยังมีแฟ้มสืบเบื้องหลังฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับจูเลียน เอกสารยักยอกเงินบริษัทตระกูล และที่สำคัญที่สุด… สัญญารับเลี้ยงบุตรบุญธรรม
จูเลียนไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเอฟลิน เขาเป็นเพียงเด็กที่ตระกูลรับมาเลี้ยงเพื่อสืบทอดธุรกิจ แต่ความโลภและพฤติกรรมเลวร้ายของเขาทำให้เอฟลินรู้มาตลอดว่าเขากำลังสูบเลือดสูบเนื้อตระกูล และแผนการทั้งหมดในการโอนทรัพย์สินเป็นชื่อฉันถูกเตรียมไว้ล่วงหน้านานแล้ว พร้อมเงื่อนไขว่า “หากจูเลียนประพฤติตนไม่สมควร ทรัพย์สินและหุ้นทั้งหมดของตระกูลจะตกเป็นของคลาริสซ่าแต่เพียงผู้เดียว”
วันที่ความจริงเปิดเผย
สามวันต่อมา จูเลียนก้าวขาเข้าบ้านด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงยังติดหราอยู่ที่ปกเสื้อ เขากล่าวทักทายอย่างหงุดหงิดเหมือนเคย
“คลาริสซ่า! ทำไมบ้านเงียบขนาดนี้? แล้วแม่ไปไหนล่ะ? เลิกงี่เง่าเรื่องเรียกร้องความสนใจได้แล้วนะ”
ไม่มีเสียงตอบรับจากฉัน… มีเพียง แหวนแต่งงาน วางคู่กับ เอกสารหย่า บนโต๊ะอาหาร และซองเอกสารสีน้ำตาลหนาหนึ่งซอง
จูเลียนหยิบเอกสารขึ้นดูด้วยความขำขันในตอนแรก แต่รอยยิ้มของเขาก็ค่อยๆ เลือนหายไป ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดราวกับศพ เมื่อเขาเปิดอ่านทีละหน้า
-
หน้าแรก: ใบแจ้งตายและใบฌาปนกิจของแม่เขา
-
หน้าที่สอง: สัญญาปลดเขาออกจากตำแหน่ง CEO และยกเลิกสิทธิ์ในการบริหารทั้งหมด
-
หน้าที่สาม: เอกสารฟ้องหย่าเนื่องจากการคบชู้ พร้อมหลักฐานรูปถ่ายและสเตตเมนต์บัญชีที่เขาแอบโอนเงินบริษัทไปเปย์เมียน้อยที่ฮาวาย
-
หน้าที่สี่: สัญญารับเลี้ยงบุตรบุญธรรมที่ระบุชัดเจนว่า เขาไม่มีสายเลือดใดๆ กับตระกูลนี้เลย
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! คลาริสซ่า! เธอทำอะไรลงไป?!” จูเลียนกรีดร้องด้วยความคลั่ง ตะเกียกตะกายเปิดโทรศัพท์หาธนาคารและทนายความของตระกูล
แต่ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา: “คุณจูเลียนครับ บัญชีทั้งหมดของคุณถูกอายัดแล้ว และคุณคลาริสซ่าในฐานะผู้สืบทอดมรดกชอบธรรม ได้ทำการยกเลิกตำแหน่งทั้งหมดของคุณเรียบร้อยแล้วครับ”
อิสรภาพที่แท้จริง
ขณะที่จูเลียนกำลังทรุดตัวลงกับพื้นและคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนอย่างหมดสภาพ เสียงไซเรนของรถตำรวจก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน… เจ้าหน้าที่ก้าวเข้ามาพร้อมหมายจับคดียักยอกทรัพย์และฉ้อโกงบริษัท
ฉันมองดูชายคนที่เคยทำร้ายจิตใจฉันมาตลอดหลายปีถูกควบคุมตัวออกไป โดยไม่เสียน้ำตาให้เขาเลยสักหยดเดียว
ฉันหยิบกระเป๋าเดินทาง นำผอบเถ้าถ่านของเอฟลินขึ้นมาถือไว้ด้วยความทะนุถนอม
“ขอบคุณนะคะแม่… เราไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันนะ”
ฉันเดินออกจากบ้านหลังนั้นโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย ละทิ้งอดีตอันขมขื่นไว้ข้างหลัง พร้อมกับชีวิตใหม่และอิสรภาพที่ฉันรอคอยมาตลอด 20 ปี