ตอนที่ 2 (ตอนจบ): เสียงจากความตาย และการพิพากษา
ฉันเดินลากโซ่ตรวนแห่งความสิ้นหวังท่ามกลางสายฝนมาจนถึงสำนักงานกฎหมายของตระกูลออลไบรท์ในสภาพที่ไม่ต่างจากศพ คุณทนายวิทูร ทนายความเก่าแก่ประจำตระกูลรีบพาฉันเข้าไปข้างใน หาผ้าเช็ดตัวและน้ำอุ่นให้ทันที แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเมื่อเห็นสภาพของฉัน
“คุณหนูนาโอมิ… เกิดอะไรขึ้นครับ?”
“กวินทร์ปล้นทุกอย่างไปแล้วค่ะคุณอา” ฉันตอบด้วยเสียงสั่นเครือ “เขาบังคับให้ฉันเซ็นเอกสารตอนที่ฉันป่วย ตอนนี้ฉันไม่เหลืออะไรเลย… แม้แต่ความยุติธรรมให้คุณพ่อ”
คุณอาวิทูรถอนหายใจยาว ก่อนจะเดินไปที่ตู้เซฟนิรภัย เขาหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลที่มีตราประทับครั่งสีแดงแน่นหนาออกมา มันคือพินัยกรรมฉบับลับสุดยอดที่พ่อสั่งไว้ว่า ให้เปิดต่อหน้าฉันทันทีหากเกิดอะไรขึ้นกับท่าน
“คุณท่านคาดการณ์เรื่องนี้ไว้แล้วครับ” ทนายวิทูรส่งซองให้ฉัน “เปิดเถอะครับ มันมีคำตอบของทุกอย่าง”
ฉันใช้มือที่สั่นเทาฉีกซองออก ด้านในไม่มีกระดาษพินัยกรรมดั่งที่คิด… มีเพียงแผ่นชิปบันทึกเสียงขนาดเล็กและอุปกรณ์สั่งการระบบดิจิทัล
ทนายวิทูรเสียบชิปนั้นเข้ากับเครื่องเสียงในห้องทำงาน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ ก่อนที่ระบบเสียงรอบทิศทางจะส่งเสียงหนึ่งดังขึ้น… เสียงที่ทุ้มต่ำ อบอุ่น และทรงพลัง เสียงที่ฉันคิดว่าไม่มีวันได้ยินอีกแล้วในชีวิตนี้
“นาโอมิ ลูกรักของพ่อ…”
ฉันเอามือกุมปาก น้ำตาร่วงพรูออกมาทันที “พ่อ…” ฉันสะอื้น
“ถ้าลูกได้ยินเสียงนี้ แสดงว่าเจ้ากวินทร์มันได้ลงมือทรยศเราแล้ว และพ่อก็คงไม่ได้อยู่เคียงข้างลูกอีกต่อไป… แต่อย่าร้องไห้ไปเลยลูกรัก พ่อของลูกไม่ได้โง่ พ่อรู้มาตลอดว่ามันเข้ามาเพื่อหวังสมบัติ และพ่อก็รู้ด้วยว่าอุบัติเหตุรถยนต์ของพ่อไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
เสียงของพ่อยังคงนิ่งสนิท ราวกับท่านกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าฉัน
“กวินทร์คิดว่ามันฉลาดที่หลอกให้ลูกเซ็นโอนหุ้น 60% ของซัมมิท เอนเตอร์ไพรส์ แต่มันคงไม่รู้ว่า… บริษัทที่มันได้ไปน่ะ เป็นแค่เปลือกหอยที่ว่างเปล่า พ่อได้แอบย้ายสินทรัพย์ทั้งหมด ทรัพย์สินทางปัญญา และเงินสดรวมกว่าสามพันล้านดอลลาร์ ออกไปไว้ในบริษัทใหม่ที่ชื่อว่า ‘เน็กซิส โฮลดิ้งส์’ ตั้งแต่สามเดือนก่อนแล้ว และผู้ถือหุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ของเน็กซิส… ก็คือลูก นาโอมิ”
ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“ส่วนบริษัทซัมมิทที่มันแย่งไป ตอนนี้มีแต่หนี้สินก้อนโตที่พ่อจงใจกู้ทิ้งไว้ในนามบริษัท ซึ่งกวินทร์และแม่ของมันจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะผู้บริหารสูงสุดคนปัจจุบัน… ลูกรัก ปุ่มสีแดงบนเครื่องสั่งการที่อยู่ในมือลูก คือระบบเปิดใช้งาน ‘เน็กซิส’ อย่างเป็นทางการ และมันจะส่งหลักฐานการยักยอกเงินและหลักฐานการลอบฆ่าพ่อที่พ่อแอบเก็บไว้ ส่งตรงไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษทันที… ถึงเวลาทวงคืนทุกอย่างแล้ว ลูกสาวของพ่อ”
เสียงสัญญาณจบลง ห้องทั้งห้องกลับสู่ความเงียบ แต่หัวใจของฉันกลับลุกโชนไปด้วยไฟแค้นที่เยือกเย็น
ฉันมองปุ่มสีแดงในมือ ก่อนจะกดมันลงไปโดยไม่ลังเล
48 ชั่วโมงต่อมา… วันพิพากษา
ที่สำนักงานใหญ่ของ ซัมมิท เอนเตอร์ไพรส์ กวินทร์กำลังจัดงานแถลงข่าวอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะประธานกรรมการบริหารคนใหม่ เขาสวมสูทราคาแพง ใบหน้ายิ้มแย้มหน้ากล้องสื่อมวลชนนับสิบช่อง โดยมีศศินายืนเชิดหน้าชูตาอยู่ข้างๆ
“ในฐานะผู้นำคนใหม่ของซัมมิท ผมขอให้คำมั่นว่า…”
ปัง!
ประตูห้องแถลงข่าวเปิดออกอย่างแรง สื่อมวลชนทั้งหมดหันไปมองเป็นตาเดียว
ฉันเดินเข้าไปในห้อง แต่อยู่ในชุดสูทสีขาวสั่งตัดหรูหรา ใบหน้าแต่งแต้มอย่างงดงาม ไร้แววคุณหนูผู้อ่อนแอคนเดิม บาดแผลที่หน้าผากถูกบดบังด้วยความมั่นใจ ข้างกายของฉันมีทนายวิทูรและเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบเกือบสิบนาย
“นาโอมิ?!” กวินทร์หลุดปากออกมา ใบหน้าถอดสี “เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง! รปภ. ลากยัยบ้านี่ออกไป!”
ไม่มีรปภ. คนไหนขยับ
“ไม่ต้องไล่หรอกกวินทร์ ฉันแค่เอาของขวัญวันขึ้นตำแหน่งใหม่มาให้” ฉันยิ้มอย่างเยือกเย็น ก่อนจะส่งสัญญาณให้ทนายวิทูรเปิดจอโปรเจกเตอร์ยักษ์ด้านหลังเวที
หน้าจอแสดงผลเอกสารงบการเงินของซัมมิท เอนเตอร์ไพรส์ ที่มีตัวแดงเถือกพร้อมหนี้สินจำนวนมหาศาล และที่น่ากลัวกว่านั้น… คือคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดลับในอู่ซ่อมรถ ที่เห็นกวินทร์กำลังจ่ายเงินให้ช่างซ่อมรถเพื่อตัดสายเบรกรถของพ่อฉัน!
เสียงฮือฮาดังลั่นห้องแถลงข่าว แสงแฟลชจากกล้องนับร้อยรัวใส่กวินทร์และแม่ของเขาทันที
“ไม่จริง! นี่มันภาพตัดต่อ! แกอีนาโอมิ แกสร้างเรื่อง!” ศศินากรีดร้อง เสียงหลงจนลืมภาพลักษณ์ผู้ดี
“อ้อ แล้วอีกเรื่องนะกวินทร์” ฉันเดินเข้าไปใกล้เวที สบตาเขาด้วยความสะใจ “บริษัทซัมมิทที่คุณอยากได้จนตัวสั่น ตอนนี้มันเป็นแค่บริษัทล้มละลายที่มีหนี้ผูกพันสามพันล้านดอลลาร์ และในฐานะที่คุณเป็นเจ้าของหุ้นและผู้บริหาร คุณต้องรับผิดชอบหนี้นั้นแต่เพียงผู้เดียว… ส่วนเงินทั้งหมดของพ่อฉัน อยู่ที่นี่…”
ฉันชูนามบัตรของ เน็กซิส โฮลดิ้งส์ ขึ้นมา
“ตอนนี้ฉันคือเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของเธอ และฉันขอฟ้องล้มละลายซัมมิท เอนเตอร์ไพรส์ ณ วินาทีนี้!”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินขึ้นไปบนเวทีทันที พร้อมกับกุญแจมือ
“คุณกวินทร์ แบร์เร็ตต์ และคุณศศินา แบร์เร็ตต์ คุณถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาฉ้อโกงทรัพย์สิน”
“ไม่! ปล่อยฉัน! นาโอมิ ช่วยพี่ด้วย พี่ทำไปเพราะรักเธอนะ!” กวินทร์ทรุดเข่าลงกับพื้น ร้องไห้โฮอย่างหมดสภาพ ละทิ้งศักดิ์ศรีทุกอย่างที่มี ในขณะที่แม่ของเขากำลังเป็นลมล้มพับไปกับพื้น
ฉันมองดูภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่มีคำว่าสงสาร ไม่มีคำว่าอโหสิกรรม มีเพียงความสะใจที่พวกมันได้รับผลกรรมอย่างสาสม
“ฉันเคยบอกคุณแล้วใช่ไหมกวินทร์…” ฉันกระซิบข้างหูเขาขณะที่ตำรวจกำลังลากตัวเขาผ่านฉันไป
“ว่าไม่มีเงิน… ฉันก็ยังเป็นเจ้าชีวิตของพวกแกอยู่ดี”
ฉันหันหลังกลับ เดินออกจากห้องแถลงข่าวท่ามกลางแสงแฟลชที่ส่องประกาย ราวกับแสงสว่างใหม่ในชีวิตที่กำลังเริ่มต้นขึ้น… โดยมีเสียงหัวเราะอันอบอุ่นของพ่อดังก้องอยู่ในใจตลอดไป