“กูฆ่ามึงแน่? ฮ่าๆๆ! มึงคิดว่ามึงเป็นใคร กาเบรียล?” มาร์คัสเย้ยหยันพลางสาดเหล้าในแก้วลงบนพื้น “เป็นแค่ไอ้พ่อค้าที่ดินหน้าโง่ที่คิดว่าตัวเองเจ๋งงั้นเหรอ? น้องสาวมึงมันเซ็นยกทรัพย์สินทั้งหมดของเธอให้กูแล้ว และตอนนี้… เธอเป็นสมบัติของกู! กูจะทำอะไรกับอสังหาริมทรัพย์ของพวกมึง หรือจะทรมานยัยนี่จนตาย มันก็เรื่องของกู!”
มันเดินไปตบแก้มเอเลน่าที่บวมช้ำเบาๆ ราวกับจะเหยียดหยามฉันให้ถึงที่สุด บอดี้การ์ดทั้งห้าคนขึ้นลำกล้องปืน เสียงเหล็กกระทบกันดังแกร็กเป็นสัญญาณเตือนว่าชีวิตของฉันกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ฉันก้มหน้าลง แอบหัวเราะในลำคอเบาๆ… มันเป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้มาร์คัสถึงกับหุบยิ้ม
“มึงขำอะไร?” มันถาม เสียงเริ่มไม่มั่นคง
“กูขำในความโง่ของมึงไง มาร์คัส” ฉันเงยหน้าขึ้น สายตาของฉันจ้องลึกเข้าไปในตาของมัน “มึงคิดจริงๆ เหรอว่าเงินหมื่นล้านที่พวกเรามี มันมาจากการขายที่ดินธรรมดาๆ? มึงคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างกูจะเดินเข้ามาในนรกนี้… คนเดียว?”
นาวาร์โร… สายเลือดมาเฟีย
ทันทีที่ฉันพูดจบ ประตูเหล็กด้านหลังของมาร์คัสก็ระเบิดออกดังสนั่น! เศษเหล็กและฝุ่นตลบอบอวล พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดดำกว่ายี่สิบคน ทุกคนสวมหน้ากากและถืออาวุธสงครามครบมือ พวกเขาเคลือนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบราวกับมัจจุราช
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นสามนัด บอดี้การ์ดของมาร์คัสสามคนล้มลงจมกองเลือดทันทีโดยไม่มีโอกาสได้เหนี่ยวไก อีกสองคนที่เหลือรีบทิ้งปืนและยกมือขึ้นเหนือหัวด้วยความกลัวสุดขีด
มาร์คัสหน้าถอดสี แก้วเหล้าในมือร่วงลงแตกกระจายบนพื้น ร่างกายของมันสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกเมื่อรู้ตัวว่าสถานการณ์พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ
“พะ…พวกมันเป็นใคร?!” มาร์คัสอุทาน เสียงสั่นเครือ
ฉันก้าวเดินฝ่าฝุ่นควันเข้าไปหาพวกมัน ชายชุดดำสองคนเดินเข้ามาโค้งคำนับฉันอย่างนอบน้อม พร้อมกับยื่นปืนพกสีดำสนิทประทับตราสัญลักษณ์รูป ‘หัวสิงโตตระกูลนาวาร์โร’ มาให้ฉัน
“ยินดีต้อนรับสู่โลกความจริง มาร์คัส…” ฉันพูดพลางขึ้นลำกล้องปืน “ตระกูลนาวาร์โรไม่ได้ขายแค่ที่ดิน แต่พวกเราคือผู้ควบคุมธุรกิจมืดทั้งหมดในฝั่งตะวันออก พวกเราคือมาเฟียที่แม้แต่รัฐบาลยังไม่กล้าแตะต้อง… ที่กูปิดบังเอเลน่า เพราะกูอยากให้เธอสะอาดบริสุทธิ์ แต่สำหรับมึง… มึงดึงปิศาจในตัวกูออกมาเอง”
บทเรียนราคาแพง
ฉันรีบวิ่งเข้าไปตัดเชือกที่มัดเอเลน่าไว้ ร่างของเธอล่วงลงมาอยู่ในอ้อมแขนของฉัน ฉันอุ้มน้องสาวส่งให้ลูกน้องคนสนิท “พายัยหนูไปส่งโรงพยาบาลที่ดีที่สุด รักษาเธอให้หายดี ถ้าระหว่างทางเธอเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียว… พวกมึงเตรียมตัวตายตามได้เลย”
“ครับ นายใหญ่!” พวกเขารับคำสั่งแล้วรีบพาร่างที่บอบช้ำของเอเลน่าออกไป
ตอนนี้ ในโกดังร้างเหลือเพียงฉัน ลูกน้องอีกไม่กี่คน… และมาร์คัสที่คุกเข่าอยู่บนพื้น มันร้องไห้โฮ คลานเข้ามาเกาะขากางเกงของฉันเหมือนหมาจนตรอก
“พี่กาเบรียล! ผมขอโทษ! ผมผิดไปแล้ว! ผมถูกตัณหาบังตา… ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วย! ผมจะหย่ากับเอเลน่า ผมจะไม่มายุ่งกับพวกคุณอีกแล้ว!” มันกราบกรานเสียงสั่น
ฉันมองลงไปที่มันด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ความสงสาร มีเพียงความสมเพช
“กูเคยบอกมึงแล้วใช่ไหม…” ฉันย่อตัวลงกระชากคอเสื้อสูทราคาแพงของมันขึ้นมา จนหน้าของมันห่างจากปลายกระบอกปืนของฉันไม่ถึงคืบ “…ว่าในตระกูลของเรา สายเลือดคือตัวบทกฎหมาย และกฎของนาวาร์โรคือ ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’ มึงทำให้น้องสาวกูเจ็บเจียนตาย มึงคิดว่าเงินหรือคำขอโทษมันจะชดใช้ได้เหรอ?”
ฉันลุกขึ้นยืนหันหลังให้มัน พลางส่งสัญญาณมือให้ลูกน้อง
“จับมันห้อยหัวขึ้นไปบนคานแทนเอเลน่า… กรีดเนื้อตัดเส้นเอ็นมันทีละเส้น แต่อย่าเพิ่งให้มันตายเร็วเกินไปล่ะ กูอยากให้มันรู้ซึ้งถึงความทรมานที่น้องสาวกูได้รับ”
“ไม่นะ! อย่า! พี่กาเบรียล! อ๊ากกกกกก!”
เสียงร้องขอความช่วยเหลือของมาร์คัสดังสะท้อนไปทั่วโกดังร้างที่มืดมิด แต่มันสายเกินไปแล้ว… เพราะมันได้เหยียบย่ำดวงใจของมาเฟีย และนั่นคือจุดจบของคนโง่ที่บังอาจมาลองดีกับตระกูลนาวาร์โร!
ความจริงที่น่าสะพรึงกลัว